|
โครงการอัจฉริยะน้อยฝึกพูดภาษาอังกฤษ (Intensive Listening and Speaking Program)
 โครงการนี้จัดขึ้นสำหรับคุณพ่อคุณแม่ของนักเรียนApilsที่เรียนในหลักสูตรE.P.D.P. แต่ท่านยังต้องการเสริมความสามารถ ด้านการพูดฟังของลูกน้อยให้คล่องมากขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องส่งลูกไปเรียนต่างประเทศ เพราะวันนี้..เราได้เตรียมโอกาส ให้เด็กได้สัมผัสภาษาที่สองอย่างเป็นธรรมชาติที่เมืองไทยได้
หลักการและเหตุผล
ซูซาน เคอร์ทิส (Susan Curtiss) ศาสตราจารย์ทางภาษาศาสตร์แห่ง University of California at Los Angeles (UCLA) ได้ศึกษาการเรียนรู้ภาษาของเด็ก พบว่าเด็กอายุ 4-5 ปีเป็นช่วงอายุที่เหมาะสมที่สุดในการเรียนภาษาที่สองหรือเริ่มเรียน ภาษาต่างประเทศภาษาใดภาษาหนึ่งของเด็ก แต่ถ้ารอจนถึงระดับมัธยมศึกษาแล้ว การสอนให้เด็กเรียนรู้ภาษาจะยาก กว่าการสอนเด็กที่อยู่ในวัยการรับรู้ภาษา (Sensitive Period) มากไม่ว่าจะเป็นภาษาใดๆก็ตาม ทั้งนี้เพราะศักยภาพแห่งการปรับรูปแบบ หรือความยืดหยุ่นของสมอง (Brain Plasticity) ได้หมดไปแล้ว จำนวนที่เชื่อมต่อของเซลส์ประสาท (Number of Synapses) ก็ลดลงและไม่สามารถคืนสู่สภาพเดิมเหมือนเมื่อครั้งยังเป็นเด็กอีกแล้ว และในวัยก่อนช่วง 12 ขวบ เด็กสามารถเรียนภาษา ได้มากกว่า 2 ภาษาพร้อมๆกันและเรียนได้ง่ายดาย นอกจากนี้ ยังมีรายงานการวิจัยว่า นักเรียนที่เรียนภาษาต่างประเทศ ในระดับประถมศึกษาจะมีทักษะในการคิดสร้างสรรค์มากกว่าผู้ที่เรียนแต่ภาษาแม่เพียงภาษาเดียว และมีผลทำให้เกิดผลสัมฤทธิ์ ในการเรียนวิชาอื่นๆได้ดี รวมทั้งการอ่าน สังคมศึกษาและคณิตศาสตร์ด้วย
วัตถุประสงค์ของโครงการอัจฉริยะน้อยฝึกพูดภาษาอังกฤษ
เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนอายุระหว่าง 7 – 15 ปีได้มีโอกาสฝึกการฟังพูดภาษาอังกฤษตามธรรมชาติกับครูเจ้าของภาษา ณ วัยอันเหมาะสมซึ่งเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งการเรียนรู้ด้านการพูดฟัง โดยการจำกัดจำนวนนักเรียนต่อห้อง จะทำให้เด็กๆมีโอกาสในการได้พูดสูงและถี่มากขึ้น
การจัดการเรียนการสอน
เพื่อให้เด็กๆสนุกสนานและสนใจในบทเรียน โรงเรียนพยายามจัดเตรียมกิจกรรมการเรียนการสอนที่สนุกสนานเน้นการฝึกพูดและการฟังผ่านสถานการณ์จริงและสถานการณ์จำลองต่างๆ เช่น การทำอาหาร การทดลองวิทยาศาสตร์ กิจกรรมกลางแจ้ง การเล่นละคร กิจกรรมกีฬา เพื่อนักเรียนจะได้มีโอกาสเรียนรู้การพูดฟังแบบซึมซับตามธรรมชาติกับครูเจ้าของภาษา
คุณสมบัติผู้เรียน
1.อายุ 7 – 15 ปี 2.เป็นลูกศิษย์ปัจจุบันของApilsที่เรียนในหลักสูตรE.P.D.P.หรือถ้าเป็นนักเรียนใหม่ก็ต้องมีความพร้อมที่จะเข้าเรียนในหลักสูตร E.P.D.P. เพื่อให้มั่นใจว่าลูกจะมีพัฒนาการครบทุกทักษะ 3.ผู้ปกครองมีความตั้งใจจริงในการบริหารเวลาเพื่อให้ลูกเข้าเรียนได้อย่างสม่ำเสมอ
Peter Drucker กล่าวไว้ว่า
“The best way to predict the future is to create it.” “วิธีการทำนายอนาคตที่ดีที่สุดก็คือการลงมือสร้างมันขึ้นมา”
|