lawyer express
 
Course
โปรแกรมการพัฒนาสำเนียง
Monday, 28 March 2011 13:28

โปรแกรมการพัฒนาสำเนียง
(Accent Development Program)


ปัญหาที่สำคัญอันดับหนึ่งของการเรียนภาษาอังกฤษของเด็กไทย คือการฟัง และเนื่องจากเสียงในภาษาอังกฤษ
มีความแตกต่างจากเสียงในภาษาไทยสูงมาก ทำให้นักเรียนไทยประสบปัญหาด้านการฟังค่อนข้างมาก แนวทาง
การแก้ปัญหาที่ยอดเยี่ยมที่คุณครูไทยผู้มีชื่อเสียงท่านหนึ่งได้ให้ไว้ในหนังสือของท่าน ถือเป็นแนวทางแก้ไขปัญหาที่Apils
น้อมรับมาปฏิบัติจนเห็นผล นั่นก็คือการฝึกให้เด็กไทยฝึกการเปล่งเสียงให้ใกล้เคียงเจ้าของภาษา
เพื่อพัฒนาให้เด็กไทยพูดภาษาอังกฤษด้วยสำเนียงที่เป็นสากลและเมื่อเด็กเปลี่ยนเสียงได้ ปัญหาการฟังก็ลดลงไป
ฟังได้เข้าใจง่ายขึ้น และเวลาที่ลูกเอื้อนเอ่ยภาษาพูดออกไป เด็กๆจะพูดด้วยความเชื่อมั่นในตนเอง
การพัฒนาภาษาอังกฤษในระดับสูงของเด็กกลุ่มนี้จึงเป็นไปในทิศทางที่เรามุ่งหวัง เมื่อเด็กมีคลังคำศัพท์มากพอ
มีความเข้าใจไวยากรณ์และโครงสร้างประโยคอย่างเป็นระบบ มีสำเนียงภาษาอังกฤษที่เป็นสากล คุ้นชินกับการฟัง
และพูดกับครูเจ้าของภาษา ภาษาอังกฤษ ทั้ง อ่าน เขียน ฟัง พูด จึงไม่ใช่เรื่องยากสำหรับพวกเขาอีกต่อไป
และเมื่อถึงความสำเร็จ ... เด็กๆจะบอกคุณพ่อคุณแม่เองค่ะว่า ..... ภาษาอังกฤษ...ง่ายนิดเดียว
เมื่อเรียนและฝึกฝนกับ Apils

คุณสมบัติผู้เรียน


1.เป็นลูกศิษย์ปัจจุบันของApilsที่เรียนในหลักสูตรE.P.D.P.หรือถ้าเป็นนักเรียนใหม่ก็ต้องมีความพร้อมที่จะเข้าเรียนในหลักสูตร E.P.D.P.
เพื่อให้มั่นใจว่าลูกจะมีพัฒนาการครบทุกทักษะ
2.นักเรียนมีความสามารถในการอ่านออกเสียงคำศัพท์ได้อยู่ในเกณฑ์ดี หรือจบการเรียนPhonics ระดับ 5
3.ผู้ปกครองมีความตั้งใจจริงในการบริหารเวลาเพื่อให้ลูกเข้าเรียนได้อย่างสม่ำเสมอต่อเนื่องประมาณ 4 เทอมการศึกษา
4.นักเรียนมีความตั้งใจและเห็นคุณค่าของการฝึกพัฒนาเสียง

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่คุณครูธุรการค่ะ


“What is essential to life must be planned.” :
“สิ่งใดที่เป็นสาระสำคัญของชีวิต ต้องมีการวางแผน”

 
โครงการอัจฉริยะน้อยฝึกพูดภาษาอังกฤษ
Monday, 28 March 2011 13:25

โครงการอัจฉริยะน้อยฝึกพูดภาษาอังกฤษ
(Intensive Listening and Speaking Program)


โครงการนี้จัดขึ้นสำหรับคุณพ่อคุณแม่ของนักเรียนApilsที่เรียนในหลักสูตรE.P.D.P. แต่ท่านยังต้องการเสริมความสามารถ
ด้านการพูดฟังของลูกน้อยให้คล่องมากขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องส่งลูกไปเรียนต่างประเทศ เพราะวันนี้..เราได้เตรียมโอกาส
ให้เด็กได้สัมผัสภาษาที่สองอย่างเป็นธรรมชาติที่เมืองไทยได้

หลักการและเหตุผล


ซูซาน เคอร์ทิส (Susan Curtiss) ศาสตราจารย์ทางภาษาศาสตร์แห่ง University of California at Los Angeles (UCLA)
ได้ศึกษาการเรียนรู้ภาษาของเด็ก พบว่าเด็กอายุ 4-5 ปีเป็นช่วงอายุที่เหมาะสมที่สุดในการเรียนภาษาที่สองหรือเริ่มเรียน
ภาษาต่างประเทศภาษาใดภาษาหนึ่งของเด็ก แต่ถ้ารอจนถึงระดับมัธยมศึกษาแล้ว การสอนให้เด็กเรียนรู้ภาษาจะยาก
กว่าการสอนเด็กที่อยู่ในวัยการรับรู้ภาษา (Sensitive Period) มากไม่ว่าจะเป็นภาษาใดๆก็ตาม ทั้งนี้เพราะศักยภาพแห่งการปรับรูปแบบ
หรือความยืดหยุ่นของสมอง (Brain Plasticity) ได้หมดไปแล้ว จำนวนที่เชื่อมต่อของเซลส์ประสาท (Number of Synapses)
ก็ลดลงและไม่สามารถคืนสู่สภาพเดิมเหมือนเมื่อครั้งยังเป็นเด็กอีกแล้ว และในวัยก่อนช่วง 12 ขวบ เด็กสามารถเรียนภาษา
ได้มากกว่า 2 ภาษาพร้อมๆกันและเรียนได้ง่ายดาย นอกจากนี้ ยังมีรายงานการวิจัยว่า นักเรียนที่เรียนภาษาต่างประเทศ
ในระดับประถมศึกษาจะมีทักษะในการคิดสร้างสรรค์มากกว่าผู้ที่เรียนแต่ภาษาแม่เพียงภาษาเดียว และมีผลทำให้เกิดผลสัมฤทธิ์
ในการเรียนวิชาอื่นๆได้ดี รวมทั้งการอ่าน สังคมศึกษาและคณิตศาสตร์ด้วย

วัตถุประสงค์ของโครงการอัจฉริยะน้อยฝึกพูดภาษาอังกฤษ


เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนอายุระหว่าง 7 – 15 ปีได้มีโอกาสฝึกการฟังพูดภาษาอังกฤษตามธรรมชาติกับครูเจ้าของภาษา ณ
วัยอันเหมาะสมซึ่งเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งการเรียนรู้ด้านการพูดฟัง โดยการจำกัดจำนวนนักเรียนต่อห้อง
จะทำให้เด็กๆมีโอกาสในการได้พูดสูงและถี่มากขึ้น

การจัดการเรียนการสอน


เพื่อให้เด็กๆสนุกสนานและสนใจในบทเรียน โรงเรียนพยายามจัดเตรียมกิจกรรมการเรียนการสอนที่สนุกสนานเน้นการฝึกพูดและการฟังผ่านสถานการณ์จริงและสถานการณ์จำลองต่างๆ เช่น การทำอาหาร การทดลองวิทยาศาสตร์ กิจกรรมกลางแจ้ง การเล่นละคร กิจกรรมกีฬา เพื่อนักเรียนจะได้มีโอกาสเรียนรู้การพูดฟังแบบซึมซับตามธรรมชาติกับครูเจ้าของภาษา

คุณสมบัติผู้เรียน

1.อายุ 7 – 15 ปี
2.เป็นลูกศิษย์ปัจจุบันของApilsที่เรียนในหลักสูตรE.P.D.P.หรือถ้าเป็นนักเรียนใหม่ก็ต้องมีความพร้อมที่จะเข้าเรียนในหลักสูตร E.P.D.P. เพื่อให้มั่นใจว่าลูกจะมีพัฒนาการครบทุกทักษะ
3.ผู้ปกครองมีความตั้งใจจริงในการบริหารเวลาเพื่อให้ลูกเข้าเรียนได้อย่างสม่ำเสมอ

Peter Drucker กล่าวไว้ว่า

“The best way to predict the future is to create it.”
“วิธีการทำนายอนาคตที่ดีที่สุดก็คือการลงมือสร้างมันขึ้นมา”

 
โปรแกรมการพัฒนาความสามารถและทักษะภาษาอังกฤษ
Monday, 28 March 2011 13:23

โปรแกรมการพัฒนาความสามารถและทักษะภาษาอังกฤษ
(English Proficiency Development Program : E.P.D.P.)


โปรแกรมนี้เป็นโปรแกรมที่เน้นการพัฒนาทักษะครบทุกด้าน โดยมีครูไทยดูแลพัฒนาการด้านการอ่าน การเขียน
และการเปล่งเสียง มีครูต่างชาติพัฒนาการฟังและการพูดแบบซึมซับตามวิธีธรรมชาติ นักเรียนทุกคนที่เข้าเรียนกับApils
ต้องเรียนโปรแกรมนี้ จึงจะมีสิทธิ์เรียนโปรแกรมเสริมอื่นๆเช่น โครงการอัจฉริยะน้อยฝึกพูดภาษาอังกฤษ
โปรแกรมการพัฒนาสำเนียง โครงการรักและใส่ใจ เป็นต้น 

หลักคิดและที่มาของหลักสูตร


เด็กไทยไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน คุณพ่อคุณแม่ของนักเรียนมีความสามารถทางภาษาอังกฤษแตกต่างหลากหลาย
นักเรียนต้องสามารถสอบผ่านข้อเขียนก่อนจึงเข้าสอบสัมภาษณ์ ในวัยเด็กยังมีโอกาสในการได้ใช้ภาษาพูดไม่บ่อยนัก
คุณครูต่างชาติมีจำนวนจำกัดและมิได้พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทยเป็นเวลานาน เราจึงควรคิดหาวิธีสอนภาษาอังกฤษ
ที่ลดการพึ่งพาครูต่างชาติ การทำข้อสอบแบบเลือกตอบอย่างเดียวไม่สามารถสร้างทักษะได้อย่างแท้จริง
การอ่านเรื่องราวที่เป็นภาษาอังกฤษมากมายโดยขาดพื้นความรู้ความเข้าใจเรื่องโครงสร้างประโยคไม่อาจนำมา
ซึ่งความเข้าใจที่ชัดเจน ค่าใช้จ่ายในการเรียนควรเป็นสิ่งที่เด็กไทยส่วนใหญ่มีโอกาสเข้าเรียนได้ ฯลฯ

หลักสูตรE.P.D.P.ของApils จึง


1.มุ่งเน้นให้เด็กๆสามารถอ่านออกเสียงสะกดคำศัพท์ได้อย่างมีหลักการในขั้นพื้นฐาน เพื่อให้เด็กสามารถนำหลักการ
ไปประยุกต์อ่านออกเสียงคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่มีมากมายมหาศาลได้ในอนาคต และสามารถสะกดคำด้วยการสัมพันธ์เสียง
กับตัวอักษร เข้าใจและใช้คำศัพท์ได้โดยไม่ต้องท่องจำ เพราะการท่องจำความหมายเป็นคำๆ อาจทำให้ความรู้แข็งทื่อ
ทำลายความคิดและจินตนาการของเรื่องราวที่อ่าน และการอ่านออกเสียงคำศัพท์ได้ด้วยตนเองถือเป็นทักษะพื้นฐาน
ของการเรียนระดับสูงทุกทักษะ

2.มุ่งเน้นการพัฒนาความรู้ ความเข้าใจ ความสามารถและทักษะภาษาอังกฤษทั้ง 4 ด้านได้แก่ การอ่าน การเขียน
การฟัง และการพูด ตั้งแต่ขั้นพื้นฐานจนถึงการเตรียมตัวสอบ TOEFL iBT

3.มีการจัดลำดับเนื้อหาด้านไวยากรณ์และโครงสร้างประโยคในเชิงความสัมพันธ์เชื่อมโยงที่ง่ายต่อความเข้าใจของเด็กไทย
เพื่อให้ผู้เรียนค่อยๆเกิดความเข้าใจภาษาอังกฤษซึ่งมีความหมายที่ลึกซึ้งแต่เป็นระบบ บทเรียนแต่ละระดับจะนำไปสู่ความเข้าใจ
ภาษาอังกฤษอย่างเป็นองค์รวม จนสามารถไปต่อยอดทุกทักษะด้วยตนเองจนเทียบเท่าเจ้าของภาษาได้ในอนาคต

4.การเรียนการฟังพูดกับครูต่างชาติ ยึดแนวทางการเรียนภาษาอังกฤษในฐานะภาษาที่สองแบบซึมซับอย่างเป็นธรรมชาติ
ผ่านกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลาย มีการบูรณาการศาสตร์ต่างๆมาเป็นกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อให้นักเรียนสามารถเข้าใจภาษา
ของศาสตร์อื่นๆอย่างเป็นธรรมชาติที่ควรต้องรู้ เพื่อป้องกันมิให้รู้ภาษากว้าง ผิวเผิน แต่ไม่สามารถสื่อสารลงสู่ระดับลึกได้

การจัดการเรียนการสอน


1.การจัดการเรียนการสอนเน้นความสนุกสนานที่เกิดการเรียนรู้ ใช้สื่อและกิจกรรมที่หลากหลายเพื่อให้นักเรียนมีทัศนคติ
ที่ดีต่อการเป็นผู้มีความรู้ความสามารถทางภาษาอังกฤษ การเล่น การทำกิจกรรมคือการทำงานของเด็ก

2.การจัดการเรียนการสอนโดยแทรกและปลูกฝังทักษะการคิดเป็น การวางแผน การสื่อสาร การเป็นผู้นำและผู้ตาม
ผ่านกิจกรรมที่เป็นสื่อในการเรียน

3.ทุกศูนย์การเรียนมีสื่อการสอนและสิ่งอำนวยความสะดวกที่เอื้อและจำเป็นต่อการเรียนรู้อย่างเพียงพอ

4.การจัดการเรียนการสอนที่ขับเคลื่อนโดยพิจารณาความสามารถของนักเรียนเป็นหลัก มีตัวหลักสูตรเป็นแนวทาง
แต่การลำดับและการลงรายละเอียดบทเรียนอยู่ภายใต้วิจารณญาณของคุณครูผู้สอน ครูใหญ่และผู้อำนวยการ

5.คุณครูไทยพัฒนาการอ่าน การเขียนและการเปล่งเสียง มีคุณครูต่างชาติซึ่งส่วนใหญ่เป็นเจ้าของภาษาพัฒนาทักษะ
ด้านการฟังและการพูดผ่านสถานการณ์จำลองต่างๆภายใต้หัวเรื่องที่มีความหลากหลาย สอดคล้องกับหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการ
ตั้งแต่ภาษาที่ใช้ในชีวิตประจำวัน จนถึงระดับเทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม

6.จำนวนนักเรียน 13 คน ต่อคุณครู 1 ท่านและทุกคาบคุณครูไทยจะตรวจสอบว่าเด็กๆแต่ละคนสามารถเรียนรู้ได้มากน้อยอย่างไรบ้าง
ส่วนคุณครูต่างชาติจะประเมินนักเรียนจากการตอบคำถามและการมีส่วนร่วมต่อกิจกรรมในห้องเรียน

7.นักเรียนจะได้รับการประเมินความรู้ความสามารถทุกครั้งที่เรียนจบแต่ละระดับ

พูดคุยกับคุณครูธุรการของเรา เพื่อลูกๆของคุณนะคะ

 


เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง:
มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด - Harvard University
มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (Harvard University) มหาวิทยาลัยอันดับ 1 ของโลก

Banner
Banner
Banner
Banner